ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้
ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนธันวาคม 2568
ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความ
เชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนธันวาคม 2568 เปรียบเทียบเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน 2568
รายการ
| ตุลาคม 2568 | พฤศจิกายน 2568 | ธันวาคม 2568 | ||||||
เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น | คงที่/เท่าเดิม | ลดลง/แย่ลง | เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น | คงที่/เท่าเดิม | ลดลง/แย่ลง | เพิ่มขึ้นดีขึ้น/ | คงที่/เท่าเดิม | ลดลง/ แย่ลง | |
1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 29.20 | 43.80 | 27.00 | 28.10 | 40.30 | 31.60 | 27.20 | 40.10 | 32.70 |
2. รายได้จากการทำงาน | 27.30 | 43.90 | 28.80 | 26.80 | 41.30 | 31 90 | 26.50 | 41.20 | 32.30 |
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็น ในครอบครัว | 32.20 | 43.40 | 24.40 | 29.10 | 40.60 | 30.30 | 29.50 | 40.50 | 30.00 |
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 29.10 | 47.20 | 23.70 | 26.40 | 44.50 | 29.10 | 26.80 | 44.60 | 28.60 |
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 28.70 | 44.50 | 26.80 | 25.30 | 42.40 | 32.30 | 25.60 | 42.70 | 31.70 |
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 26.90 | 45.80 | 27.30 | 25.70 | 43.20 | 31.10 | 25.10 | 43.10 | 31.80 |
7. การออมเงิน | 24.60 | 42.70 | 32.70 | 24.60 | 41.30 | 34.10 | 24.40 | 41.10 | 34.50 |
8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 25.20 | 41.30 | 33.50 | 25.00 | 41.30 | 33.70 | 25.00 | 41.30 | 33.70 |
9. การลดลงของหนี้สิน | 24.70 | 43.80 | 31.50 | 24.50 | 43.20 | 32.30 | 24.30 | 43.00 | 32.70 |
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 25.90 | 45.70 | 28.40 | 25.10 | 43.60 | 31.30 | 25.00 | 43.10 | 31.90 |
11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 23.20 | 41.20 | 35.60 | 23.10 | 41.10 | 35.80 | 23.10 | 40.30 | 36.60 |
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ | 26.10 | 46.10 | 27.80 | 26.10 | 44.30 | 29.60 | 26.10 | 44.30 | 29.60 |
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 27.60 | 42.10 | 30.30 | 27.30 | 41.70 | 31.00 | 27.30 | 41.70 | 31.00 |
ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม 2568
รายการ | 2568 | ||
ตุลาคม | พฤศจิกายน | ธันวาคม | |
1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 47.40 | 45.70 | 43.10* |
2. รายได้จากการทำงาน | 43.30 | 40.80 | 40.70* |
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 57.60 | 51.30 | 51.50 |
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 48.70 | 44.90 | 47.20 |
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 48.20 | 44.40 | 44.60 |
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 41.10 | 40.60 | 40.10* |
7. การออมเงิน | 39.50 | 39.00 | 38.80* |
8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 37.30 | 35.50 | 35.50 |
9. การลดลงของหนี้สิน | 43.40 | 43.40 | 41.90* |
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 42.60 | 42.00 | 40.40* |
11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 35.40 | 34.40 | 34.20* |
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 33.00 | 32.30 | 32.30 |
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 38.90 | 38.10 | 38.10 |
14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม | 42.80 | 40.90 | 40.60* |
* หมายถึง ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลง
ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนธันวาคม (40.60) ปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤศจิกายน (40.90) และเดือนตุลาคม (42.80) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ปัญหายาเสพติด โดยดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลง สาเหตุที่สำคัญ คือ ความกังวลทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เนื่องจากการยุบสภาเกิดขึ้นเร็วกว่ากรอบเวลาเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ทำให้รัฐบาลที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้รัฐบาลรักษาการ ซึ่งมีข้อจำกัดในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึงการอนุมัติและการเบิกจ่ายงบลงทุนสำหรับโครงการใหม่ของภาครัฐ ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยรวมต้องหยุดลงทันที รวมถึงการเกิดสุญญากาศทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการดำเนินนโยบายด้านการทูตและการเจรจาการค้า จึงทำให้สถานการณ์ของประเทศเกิดวิกฤตหลายด้าน ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลใหม่สามารถจัดตั้งได้ภายในเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ปี 2569 ย่อมทำให้เศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าย่อมส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก
จากการสัมภาษณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชาชนและนักวิชาการในหลากหลายสาขาอาชีพได้เสนอแนะต่อรัฐบาลรักษาการณ์และรัฐบาลชุดใหม่ ดังนี้
เสนอแนะต่อรัฐบาลรักษาการณ์
- ในช่วงวันที่ 15-17 มกราคม 2568 พื้นที่ภาคใต้ที่อาจมีความเสี่ยงน้ำท่วมสูงคือจังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา (โดยเฉพาะหาดใหญ่) ตรัง สตูล ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมแรง รัฐบาลรักษาการณ์ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ควรมีแผนการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การขุดลอกคูคลองเพื่อนำขยะและวัชพืชที่ขวางทางน้ำออกให้หมด เนื่องจากในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียงทำให้แม่น้ำและคูคลองมีขยะจำนวนมาก
- จากสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถึงแม้เวลาจะผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว แต่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะรอบนอกเมืองหาดใหญ่ ยังมีขยะที่วางอยู่บริเวณหน้าบ้านจำนวนมากที่ยังไม่ได้จัดเก็บ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ที่ผุพัง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย และเศษขยะที่เป็นโคลนตมที่แห้งกรัง ทั้งนี้ รัฐบาลควรออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำรถตัก (Backhoe) และรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาช่วยเก็บขยะชิ้นใหญ่ และรถเก็บขยะจากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาช่วยเก็บขยะในพื้นที่ชุมชน หน้าร้านค้ารอบนอกเมืองหาดใหญ่ และในหมู่บ้านต่าง ๆ เนื่องจากรถเก็บขยะเทศบาลในอำเภอหาดใหญ่มีไม่เพียงพอ รวมถึงจัดหารถฉีดน้ำแรงดันสูงและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคฉีดล้างคราบโคลนฝังแน่นและกำจัดกลิ่นเหม็นเน่าตามตลาด ย่านการค้า ชุมชน และหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อคืนสุขอนามัยที่ดีและทัศนียภาพที่สะอาดตาให้กับเมืองหาดใหญ่
- การฟื้นฟูเยียวยาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียง ที่สร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งสิ่งที่ประชาชนต้องการได้รับความช่วยเหลือ ดังนี้
– มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ซึ่งเป็นนโยบายที่จับต้องได้จริง เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการ
– แผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างถาวร เนื่องจากน้ำท่วมแต่ละครั้งทำให้ประชาชนจำนวนมากหมดตัว ซึ่งเงินเยียวยาหลังน้ำท่วมไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้น
เสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่
- รัฐบาลชุดใหม่ควรกำหนดเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากประชาชนในประเทศกว่า 90% มีภาระหนี้สินจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศที่ลดลงเป็นอย่างมาก โดยเสนอแนะว่า รัฐบาลมิใช่เพียงออกมาตรการพักหนี้ระยะสั้น แต่ต้องทำการ “ปรับโครงสร้างหนี้” อย่างเป็นระบบ โดยทำข้อตกลงในการร่วมมือกับธนาคารเพื่อลดดอกเบี้ยอย่างเป็นธรรม และจัดตั้งคลินิกแก้หนี้เพื่อทำงานเชิงรุกในการเข้าช่วยเหลือประชาชนถึงชุมชนในแต่ละพื้นที่
- การเสริมสร้างศักยภาพให้กับ SMEs ไทยให้มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงขึ้น เนื่องจาก SMEs เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจฐานราก โดยรัฐบาลชุดใหม่ต้องช่วยส่งเสริมและสนับสนุน SMEs อย่างจริงจัง อาทิ สนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตและการตลาดสมัยใหม่ การเข้าถึงแหล่งทุน การสร้างเครือข่ายและพันธมิตร เพื่อให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การจ้างงานเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น
- ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุจำนวนมากยังยากจน และใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ดังนั้น รัฐบาลควรเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน
- ปัจจุบันค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานเป็นต้นทุนแฝงที่สูงที่สุดของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบ และปรับโครงสร้างราคาพลังาน (ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ) เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งหากทำได้จะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของประชาชนได้เป็นอย่างมาก
- การคอร์รัปชันในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลควรนำเทคโนโลยี Blockchain หรือ AI เข้ามาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ หากรัฐบาลทำได้จะช่วยลดการคอร์รัปชันได้จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีงบประมาณที่มากเพียงพอในการพัฒนาประเทศ
- การปฏิรูปการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยประชาชนต้องการให้ภาคใต้เป็นมากกว่าแค่ “ทางผ่าน” หรือ “เมืองพักผ่อน” ดังนั้น นโยบายที่ประชาชนต้องการให้เกิดขึ้นในอนาตค เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงเทพฯ-ภาคใต้-มาเลเซีย และพัฒนาถนนสายหลักเพื่อรองรับการค้าขายข้ามพรมแดน หากทำได้ภาคใต้จะเป็น “Logistics Hub” หรือ “จุดพักและกระจายสินค้า” อีกทั้งทำให้นักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์และมาเลเชียสามารถเดินทางเข้าสู่ภาคใต้ได้สะดวกและรวดเร็ว ตลอดจนทำให้สินค้าเกษตรของไทยสามารถขนส่งถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากจำนวนมาก